Redstart AM-378 - History

Redstart AM-378 - History


We are searching data for your request:

Forums and discussions:
Manuals and reference books:
Data from registers:
Wait the end of the search in all databases.
Upon completion, a link will appear to access the found materials.

Redstart

(AM-378: dp. 1,250 (f.); 1. 221'1", b. 32'2", dr. 10'9"; s. 18 k.; cpl. 117; a. 1 3", 2 40mm., 8 20mm., 2 dct., 4 dcp., 1 dcp. (hh.); el. Auk)

Redstart (AM-378) was laid down 14 June 1944 by Savannah Maehine & Foundry Co., Savannah, Ga. sponsored by Mrs. F. S. Dorsey, and commissioned 4 April l9i5, Lt. Comdr. George W. Phillips, USNR, in command.

Following shakedown off Virginia and Maryland, she departed Little Creek 27 July, transited the Panama Canal, and was at Long Beach when the war ended. She steamed for Japan via Pearl Harbor, Saipan, and Okinawa, arriving Wakanura Wan, Honshu, Japan, 30 September 1945. She then swept mines in Nagoya Bay until striking "a large underwater object" which damaged her port shaft and rcquired her to put into drydock at Sasebo.

Redstart arrived at Tsushima on 27 December to sweep a field of Japanese, shallow laid, moored, contact mines. On 29 December Minivet (AM-371) struck a mine and began to sink. Redstart called away her Fire and Reseue Party in the ship's boat and released all of her liferafts. She then picked up 20 survivors from Minivet.

For the remainder of her tour of duty in Japan, Redstart laid buoys and acted as pointer and observer for operations by Japanese minesweepers at Getto Retto, Miyako, and Kikai Shima, retiring either to Buckner Bay, Okinawa, or Sasebo, Japan, between operations.

On 16 April 1946 Redstart was underway for the United States. Arriving San Pedro, Calif., 14 May, she decommissioned at Long Beach 26 November. Shortly thereafter she was towed to San Diego and berthed with other units of the Pacific Reserve Fleet.

On 1 December 1950, Redstart recommissioned. Following shakedown off California, she steamed a~ain for the Far East 26 February 1951. Arriving at the Wonsan operating area, where shore bombardment was in progress, Redstart began minesweeping operations. On 15 May she engaged three unidentified surface eontsets and on the 17th eame under fire from shore batteries on Kalma Gak and Umi Do. Her subsequent minesweeping operations covered the coast south to the 38th parallel. She also made blockade and patrol runs to Songjin, escorted large ships, and blasted a pillbox on Hodo Pando Peninsula.

Following a tender availability in Japan, she returned to Korea to bring her minesweeping total there up to 51. Several times she exchanged fire with shore batteries at Wonsan. From 9 to 12 August with air and fire support, she swept mines under the barrels of Red guns, scoring mlmerous hits on the enemy gun emplacements. Redstart continued operations in the Korean area until early February of 1952 when she steamed for Long Beach, Calif.

Redstart operated off the California coast for most of 1952 participating during the fall in "Phibex I", full-scale amphibious maneuvers held off Oceanside, Calif. On 1 December she departed Long Beach for a 7-month deployment to the Far East. Most of this time was spent on minesweeping operations off the Korean coast, though bv then there were few mines left. She brought her minesweeping total to 81, a record for the Korean war. Redstart returned to Long Beach 3 July 1953 for overhaul and to resume local operations.

On 16 January 1954 Redstart was underway for the Far East again. Though the Korean war was over, she patrolled south of the 68th parallel in Korea, also operating elsewhere in the Orient. Returning to Long Beaeh 19 August, the ship resumed local operations off the California coast. On 4 January 1955 she steamed for Alaskan waters and cold weather operations, returning to Long Beach a month later. On 1 March 1955 Rledstart was redesignated MSF-378.

The fleet minesweeper again steamed for the Far East 8 October 1955, arriving Sasebo Ko 11 November. This deployment included training with Chinese Nationalist minesweepers and mock atomic games at Iwo Jima. Steaming for Long Beach 15 March 1956, she then reported for inactivation at Astoria, Oreg., 16 November 1956, and decommissioned 15 March 1957. She was struck from the Navy list 1 April 1965 and transferred to Nationalist China where she serves as an escort patrol vessel.

Redstart earned one battle star for World War II service and five battle stars for Korean confliet service.


ยูเอส Redstart (AM-378)

ยูเอส Redstart (AM-378 / MSF-378) เป็น Auk -class เรือกวาดทุ่นระเบิด มอบหมายจาก กองทัพเรือสหรัฐฯ ให้บริการใน สงครามโลกครั้งที่สอง งานของเธอในฐานะกองเรือกวาดทุ่นระเบิดคือเคลียร์ทุ่นระเบิดในขณะที่กองเรือเคลื่อนเข้าสู่พื้นที่รบ

  • 1 แบท เทิลสตาร์ (สงครามโลกครั้งที่สอง)
  • 5 แบทเทิลสตาร์ (เกาหลี)
  • 1 × 3"/50 ปืนลำกล้อง
  • ปืน 2 × 40 มม.
  • ปืน 2 × 20 มม.
  • 2 × แท่น ชาร์จความลึก

Redstart สร้างขึ้นในเมือง สะวันนา รัฐจอร์เจีย โดยบริษัท Savannah Machine and Foundry Co. และถูกวางลงเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 1944 เปิดตัวเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 1944 และในที่สุดก็เริ่มดำเนินการในวันที่ 4 เมษายน ค.ศ. 1945

ปฏิบัติการหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

หลังจาก ปอกลอกล่องเรือ ออกจาก เวอร์จิเนีย และ แมรี่แลนด์ ชายฝั่งเรือเดินผ่าน คลองปานามา และเทียบท่าที่ท่าเรือทางท่อใน ลองบีชแคลิฟอร์เนีย สำหรับการใช้งานในตัวเธอกวาดทุ่นระเบิดการดำเนินงานเรือดำเนินการเมื่อวันที่เธอ หาง อุปกรณ์ครีบ Towable เรียกว่า "หมู" เพราะขนาดและรูปร่างของพวกเขาบวกสายกับเครื่องตัดรวมทั้งอุปกรณ์อื่น ๆ ที่ใช้สำหรับการลบและทำลายทุ่นระเบิดเช่นค้อนเสียงและ เม่น อาวุธ . หลังจากที่อุปกรณ์ลากจูงตัดสายเคเบิลของทุ่นระเบิด ทุ่นระเบิดก็ลอยขึ้นสู่ผิวน้ำ ซึ่งทุ่นระเบิดจะถูกระเบิดด้วยไฟจากปืนขนาด 20 มม. หรือ 40 มม. บนกระดาน

Redstart แล่นไปยัง ญี่ปุ่น โดยทาง Pearl Harbor เพื่อปฏิบัติการกวาดทุ่นระเบิดหลังสงคราม สงครามสิ้นสุดลงกะทันหันสำหรับญี่ปุ่น ทำให้กิจกรรมทางทหารหยุดลง และมีทุ่นระเบิดป้องกันจำนวนมากยังคงอยู่ในท่าเรือและอ่าวต่างๆ ที่หนึ่งของเธอเหมืองล้างการดำเนินงานในน่านน้ำญี่ปุ่น นาโกย่า เบย์, เรือชนวัตถุใต้น้ำและความเสียหายเพลาของเธอที่กำหนดให้เธอได้รับการซ่อมแซมใน รายด็อค ใน Kyūshū พอร์ตของ เซโบ ญี่ปุ่น ช่วงเวลาที่เหลือของการดำเนินงานของเธอในพื้นที่ของญี่ปุ่นซึ่งเธอได้รับหนึ่ง ทัพดารา เธอ berthed ใน Sasebo, ญี่ปุ่น, หรือ Buckner เบย์ , โอกินาว่า ระหว่างที่ได้รับมอบหมาย ในเดือนเมษายนปี 1946 เธอจบการดำเนินงานของเธอในละครญี่ปุ่นและกลับไป ลองบีชแคลิฟอร์เนีย และถูกลากแล้ววางในกองทัพเรือสำรองใน ซานดิเอโก

สงครามเกาหลี

Redstart ได้รับการว่าจ้างใหม่ในวันที่ 1 ธันวาคม 1950 สงครามเกาหลี กำลังคืบหน้า และเธอไปยัง พื้นที่ปฏิบัติการ Wonsan ซึ่งเธอกวาดทุ่นระเบิดและแลกเปลี่ยนปืนใหญ่กับปืนใหญ่ของศัตรูชายฝั่ง ข้างๆเธอกวาดทุ่นระเบิดฟังก์ชั่นเธอทำหน้าที่ที่หลากหลายของวัตถุประสงค์อื่น ๆ รวมถึงการทำงานลาดตระเวนหน้าที่จัดส่งหน้าที่คุ้มกันและการสร้างการแสดงตนในต่างประเทศที่ 38th ขนาน วันที่ 11 สิงหาคม 1951 ใน บริษัท ที่มี ชำนาญ (AM-341) และ 10 กันยายน 1951 ใน บริษัท ที่มี นกกระสา (AMS-18) , Redstart รับข้าศึกยิงออกไปทางฝั่งเกาหลีและความเสียหายเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างต่อเนื่อง ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2495 หลังจากได้รับรางวัล ดาวรบ เพิ่มอีกห้า ดวง เธอแล่นเรือจากญี่ปุ่นและกลับมายังท่าเทียบเรือที่ท่าเรือไปป์ไลน์ในลองบีชผ่านทางเพิร์ลฮาร์เบอร์

Redstart ได้รับมอบหมายให้ดำเนินงานในท้องถิ่นออกจาก แคลิฟอร์เนีย ชายฝั่งรวมทั้งมีส่วนร่วมใน การดำเนินงาน Philbex 1 การดำเนินการสะเทินน้ำสะเทินบกนอกชายฝั่งที่ ได้แก่ แคลิฟอร์เนีย วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2495 เธอออกเดินทางอีกครั้งเพื่อไปยังโรงละครญี่ปุ่นและเกาหลี และดำเนินกิจกรรมกวาดทุ่นระเบิดนอกชายฝั่งเกาหลี รวบรวมปฏิบัติการกวาดทุ่นระเบิดทั้งหมด 81 ครั้ง ซึ่งเป็นสถิติในโรงละครของเกาหลี ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2496 เธอเดินทางออกจากประเทศญี่ปุ่นและ กลับไปที่ลองบีชเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2496

ปฏิบัติการหลังเกาหลี

เมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2497 เมื่อสงครามสิ้นสุดลง Redstart ได้รับมอบหมายให้ไปทัวร์ตะวันออกไกลอีกครั้ง จาก Sasebo เธอฝึกปฏิบัติการกวาดทุ่นระเบิดนอกชายฝั่งเกาหลี ทางใต้ของเส้นขนานที่ 38 เธอแสดงสีสันของเธอในพอร์ตตะวันออกไกลหลายแห่งก่อนจะกลับไปที่ลองบีช 19 สิงหาคม พ.ศ. 2497 ในช่วงที่เหลือของปี พ.ศ. 2497 Redstart ได้ ดำเนินการนอกชายฝั่งแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2498 เธอได้ออกจากลองบีชเพื่อปฏิบัติงานในสภาพอากาศหนาวเย็นนอกชายฝั่ง อะแลสกา กลับไปที่ลองบีชในอีกประมาณสามสิบวันต่อมา

Redstart ได้รับการออกแบบใหม่ MSF-378 เมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2498

Redstart เริ่มทัวร์ของอีก ตะวันออกไกล ที่ 7 ตุลาคม 1955 หยุดที่ เพิร์ลฮาร์เบอร์ และ หมู่เกาะมิดเวย์ สำหรับอาหารและเชื้อเพลิงก่อนที่จะมาถึงที่เธอบ้านท่าชั่วคราวของ เซโบ , ญี่ปุ่น , ที่ 4 พฤศจิกายน 1955 ในขณะที่ ฟาร์อีสท์ เรือ ยังคงกวาดทุ่นระเบิดปฏิบัติที่ Koje Do และ Tojang Po บนชายฝั่งเกาหลีและเข้าร่วมในสงครามปรมาณูจำลองนอกชายฝั่งของ โอกินาว่า ในระหว่างการท่องเที่ยวของหน้าที่นี้เธอทำให้พอร์ตของการโทรที่ โยโกะสึกะญี่ปุ่น และ ฮ่องกง, จีน ตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม ถึง 23 มกราคม พ.ศ. 2499 เธอได้เข้าร่วมที่ Kaoshiung , Formosa ในการปฏิบัติการกับกองทัพเรือ Formosan โดยมีบุคลากรบางส่วนของเธอประจำการเป็นผู้สังเกตการณ์บนเรือรบ Formosan เมื่อวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2499 เรือออกจากซาเซโบะไปยัง ลองบีช รัฐแคลิฟอร์เนีย หลังจากแวะพักที่เกาะมิดเวย์และที่เพิร์ลฮาร์เบอร์เพื่อหาเชื้อเพลิงและเสบียง เธอเทียบท่าอีกครั้งที่ท่าเรือไปป์ไลน์ใน ลองบีช แคลิฟอร์เนีย ฮาร์เบอร์ ใน แคลิฟอร์เนีย เมื่อวันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2499

Redstart รายงานการปิดการใช้งานของเธอที่ Astoria, Oregon เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 1956 และเธอถูกปิดการใช้งานเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2500 ย้ายไปที่ กองทัพเรือ ไต้หวัน เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 1963 ซึ่งเธอทำหน้าที่เป็น Wu Sheng (PCE-66) ในภายหลังได้กำหนด PCE- 866 เธอถูกโจมตีจาก Navy List เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2508

Wu Sheng ถูกปลดประจำการโดย กองทัพเรือสาธารณรัฐจีน เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2541 และติดอยู่จากการจดทะเบียนนาวิกโยธินเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2541

Redstart ได้รับ ดาวรบ หนึ่ง ดวง สำหรับการ ให้บริการใน สงครามโลกครั้งที่สอง และห้า ดาวรบ สำหรับการให้บริการในสงครามเกาหลี


Blackcap, redstart, yellowhammer: what’s in a bird’s name?

I t’s easy to assume, with bird names, that we know what they mean, and often that assumption is quite correct. Woodpeckers peck wood, bee-eaters feed on bees, and whitethroats are indeed white around the neck.

Other names seem almost wilfully obscure: what on Earth does the name puffin mean? Or hobby? Why are turtle doves named after reptiles? And don’t get me started on some of the more bizarre bird names found around the world – from oleaginous hemispingus to zitting cisticola, leaflove to hardhead, and bananaquit to bearded mountaineer.

Yet, as I discovered when I was researching my new book on the origins of bird names, if you dig deep enough, you unearth all sorts of fascinating stories about what the names mean, where they came from and, especially, the men and women who created them.

The origin of some names may, at first, seem obvious, yet are not quite as straightforward as they appear. Take the simplest of all English bird names: blackbird. It’s a bird, and it’s black. Isn’t that all we need to know?

The blackbird isn’t our only black bird, but the story of its name goes back to late medieval usage. Photograph: Andi Edwards/Alamy

But what about the crow, rook, raven and jackdaw? All of these would have been very familiar to our ancestors, and all appear – at least from a distance – to be black in colour. So why was just one species singled out as the “blackbird”?

The reason for this apparent anomaly is that, until the late medieval period, birds were not called “birds” at all, but fowls – as in Chaucer’s poem The Parliament of Fowls. The word bird (originally the Anglo-Saxon brid), referred only to young fowls, or chicks. Then, sometime around the time Chaucer was writing, this meaning began to shift. From then on, although “fowl” was still used for larger birds such as members of the crow family, “bird” became the norm for all smaller birds, including the blackbird. So, at the time it was named, this really was the only truly “black bird”.

Many of our oldest bird names – including raven, rook and crow – are onomatopoeic: they imitate the sound made by the bird itself. Cuckoo, chiffchaff and kittiwake are other well-known examples. Far less obvious ones include nightjar (from the “churring” sound made by this nocturnal bird), bittern (from its deep, booming call), and the aforementioned turtle dove. “Turtle” is a corruption of the bird’s soft “tur-tur” call, so has nothing to do with the aquatic reptile.

Other ancient bird names relate to a bird’s appearance: its size, colour, shape or distinctive markings. Again, some are obvious: such as great spotted woodpecker, blackcap, long-tailed tit and collared dove.

But with others it takes some linguistic detective work to uncover their true meaning. Take three familiar birds: the yellowhammer, redstart and wheatear. All three names superficially make sense, yet as soon as you look more closely, they become problematic. After all, the yellowhammer doesn’t have an especially loud or percussive song, redstarts are not noticeably jumpy, and I’ve certainly never seen a wheatear in a field of wheat.

The redstart’s name comes from red steort, meaning tail. Photograph: TomsPhotos/Alamy

The reason these names appear puzzling is down to one of the most important events in British history: the Norman Conquest. Perhaps the greatest change that resulted from this invasion was in our everyday language: within a century or so, Anglo-Saxon had merged with Norman French to create a new, hybrid tongue known as Middle English – the precursor to the way we speak today.

But as the old language fell into disuse, some of its words no longer made any sense. So, by a process called false etymology, people made up new versions, which sounded plausible, even if their original meaning had been lost. One famous non-avian example, the name “dandelion”, is in fact a corruption of the French dent de lion (meaning lion’s tooth, referring to the shape of the plant’s leaves).

The same happened with bird names. Thus, the Anglo-Saxon “yellow ammer” (from the German word for a bunting) became yellowhammer “red steort” (meaning red tail) turned into redstart and “wheteres” – literally white arse, changed into wheatear. Norman French also had a major influence on the names of ducks (mallard and wigeon), game birds (pheasant and partridge), and raptors (peregrine and hobby).

What these all have in common is that they were important to the Norman nobility – either as food, or for hunting and sport – so their French names took precedence over the older, English ones. Hobby, for example, comes from the Old French verb hober – meaning to jump about – and refers to this falcon’s dashing, acrobatic flight.

The name hobby also played a role in the naming of the table-top football game Subbuteo. The story goes that when the game’s inventor, Peter Adolph, tried to register his idea at the patent office, he wanted to call it Hobby. When a jobsworth official objected, he cleverly substituted the Latin name of his favourite bird, Falco subbuteo, instead.

From the 18th century onwards, existing names were codified by professional ornithologists who also coined new ones, such as black-tailed godwit or white-fronted goose. A trend also arose for naming birds after people: sometimes those who had discovered the species, such as George Montagu (Montagu’s harrier).

Mrs Moreau’s warbler is one of very few birds named for women.

But birds were also named after polar explorers James Clark Ross and Sir John Franklin (Ross’s and Franklin’s gulls), the political radical Thomas Bewick (Bewick’s swan), and the vicar of Selborne, Gilbert White (White’s thrush). As is to be expected, given the patriarchal nature of society at the time, only a handful are named after women.

One notable exception is the woman who gave her name to my book: Winifred Moreau, who during the 1930s studied the endemic birds of Tanzania’s Uluguru mountains, with her ornithologist husband, Reg, and after whom one of the world’s rarest birds – Mrs Moreau’s warbler – is named.

The naming of birds is ultimately a purely human impulse: the birds themselves are, of course, completely unaware of what we choose to call them. Yet, without the wondrous variety of ornithological names, I believe that our world would be a far poorer place.

Ultimately, the names we have bestowed on birds down the ages reflect key aspects of our own lives: our primitive superstitions, myths and legends, invasions and conquests, changes in language, rigorous scientific observation, our love of sound, colour and pattern, and a sense of place.

Last, but certainly not least, some reflect the extraordinary achievements of the men and women after whom they were called – including, of course, Winifred Moreau.


یواس‌اس رداستار (ای‌ام-۳۷۸)

یواس‌اس رداستار (ای‌ام-۳۷۸) (به انگلیسی: USS Redstart (AM-378) ) یک کشتی بود که طول آن ۲۲۱ فوت ۳ اینچ (۶۷٫۴۴ متر) بود. این کشتی در سال ۱۹۴۴ ساخته شد.

یواس‌اس رداستار (ای‌ام-۳۷۸)
پیشینه
مالک
آب‌اندازی: ۱۴ ژوئن ۱۹۴۴
آغاز کار: ۱۸ اکتبر ۱۹۴۴
به دست آورده شده: ۲۵ ژوئیه ۱۹۶۳
مشخصات اصلی
وزن: ۸۹۰ long ton (۹۰۴ تن)
درازا: ۲۲۱ فوت ۳ اینچ (۶۷٫۴۴ متر)
پهنا: ۳۲ فوت (۹٫۸ متر)
آبخور: ۱۰ فوت ۹ اینچ (۳٫۲۸ متر)
سرعت: ۱۸ گره (۳۳ کیلومتر بر ساعت؛ ۲۱ مایل بر ساعت)

این یک مقالهٔ خرد کشتی یا قایق است. می‌توانید با گسترش آن به ویکی‌پدیا کمک کنید.


For more than 20 years the Children’s Mental Health Matters! Campaign has organized events, awareness tools, and media to raise awareness of the importance of children’s mental health.

The Maryland Coalition of Families and the Mental Health Association of Maryland work together to coordinate the Campaign across the state. We encourage you to join our campaign along with more than 500 schools and agencies as a School or Community Champion to share our resources, events and other exciting news, as well as participate in raising awareness and encouraging resiliency among Maryland’s children.


Each DiedInHouse.com Report Includes:


Veterans Cost of Living Adjustment (COLA) Blocked

Senator Patty Murray (D-Wash) said on Thursday that an unnamed Republican Senator last week
blocked a bill that would have provided an annual cost of living adjustment, which means that payments of the new COLA could be delayed.

Senator Murray brought the bill, H.R. 4114 (which passed the House in July) to the Senate floor
on Sept. 21. The bill was cleared by Senate Democrats but was blocked by this unnamed Republican
Senator. So the Senate went into recess without passing the bill.

Once again Congress has stepped on our nation's veterans and one more time shown how little
our Congress thinks of those who served our country.

The bill as passed by the House would have given a cost-of-living-adjustment to 3.9 million veterans
and their survivors a raise in their disability compensation and benefits which is supposed to offset
inflation. Similar bills are usually passed each year with no controversy.

So, now with Congress not scheduled to return to work until Nov. 13, in order for the increase to
show in Jan. 1 checks the bill will have to be passed almost immediately.

Thursday afternoon the Department of Veterans Affairs stated that Congress must pass the
COLA no later than Nov. 13 if the increase is to be included in the Jan 1 checks. If the bill is
passed any later than that the VA would not be able to make all the changes to programming
of their system. Which means the increase would have to be paid retroactively.

This follows the move last week that saw the Veterans Job Corps Act fail to pass. A bill that
would have provided $1 billion to help veterans find employment. Their is now a bill in
the House that would direct the VA to create a Veterans Job Corps.

And so it continues, the ongoing disregard and disrespect for the brave men and women who
have served in our Armed Forces. The Veterans who sacrificed so much for our nation are again
left to hang in the winds of ill will.

America, it is time to say enough! Time to give our veterans what they were promised and what
is fair and just. If your elected officials are not standing up and voting for veterans and our military,
vote them out of office.

---- Jerald Terwilliger Former Chairman American Cold War Veterans "We Remember" ---------------- "And so the greatest of American triumphs. became a peculiarly joyless victory. We had won the Cold War, but there would be no parades." -- Robert M. Gates, 1996


Dual Antiplatelet Therapy for High-Risk TIA and Minor Stroke: BMJ Rapid Recommendation

• A 10- to 21-day course of dual antiplatelet therapy reduces stroke recurrence and improves quality of life after mild stroke or high-risk TIA.

• Low-dose aspirin and a 300-mg loading dose of clopidogrel should be started as soon as imaging rules out hemorrhage.

• After 10 to 21 days of daily low-dose aspirin and clopidogrel, 75 mg, the patient should be switched to a single antiplatelet drug.

Dual antiplatelet therapy after stroke has not previously been shown to improve outcomes over a single agent. Based on a recent randomized controlled trial followed by a systematic review, the BMJ and MAGIC group concluded that dual antiplatelet therapy use for a limited period after mild stroke is beneficial. The combination of low-dose aspirin and clopidogrel (Plavix) reduces recurrent stroke and disability compared with aspirin alone when started as soon as possible after a high-risk transient ischemic attack (TIA) or minor ischemic stroke without persistent disabling neurologic deficit and continued for 10 to 21 days.

The severity of TIA can be determined using the ABCD2 score (Table 1) . Dual antiplatelet therapy is recommended for an ABCD2 score of 4 or greater. Minor stroke can be identified by a National Institutes of Health (NIH) Stroke Scale score of 3 or less. The risk of recurrence after minor stroke is similar to that after a high-risk TIA. The NIH Stroke Scale ranges from 0 to 42 and is based on measures of motor and sensory function, language and speech, vision, level of consciousness and attention, and neglect. Dual antiplatelet therapy should be started as soon as brain imaging rules out intracranial hemorrhage. Although trials used various dosing strategies, members of the BMJ and MAGIC panel recommend a loading dose of 300 mg of clopidogrel followed by 75 mg daily, and low-dose aspirin at 75 to 81 mg daily. The aspirin should be taken whole without food, but clopidogrel can be crushed or split and taken with or without food.


Beskadiget i aktion

  1. USS Collett (DD-730) beskadiget af nordkoreanske kystartilleri under landing ved Inchon 7 hits med 5 sårede, den 13. september 1950
  2. USS Gurke (DD-783) mindre skader fra kystartilleri under landing ved Inchon 3 hits, ingen tab, 13. september 1950
  3. USS Lyman K. Swenson (DD-729) 2 næsten ulykker fra kystartilleri under landing ved Inchon 1 dræbt og 1 såret, den 13. september 1950.
  4. USS Brush (DD-745) beskadiget efter at have ramt en mine ud for kysten af Tanchon , Nordkorea 9 dræbt og 10 såret, 26. september 1950.
  5. USS Mansfield (DD-728) beskadiget efter at have ramt en mine 5 savnede og 48 sårede, den 30. september 1950.
  6. USS Charles S. Sperry (DD-697) beskadiget af 3 hits fra et landbatteri i Songjin , Nordkorea, 23. december 1950.
  7. USS Ozbourn (DD-846) beskadiget efter at være ramt af et kystbatteri i Wonsan, Nordkorea, 2 tilskadekomne, 23. december 1950.
  8. USS Walke (DD-723) blev meget beskadiget efter at have ramt en mine ud for Nordkoreas østkyst, 26 dræbt. 12. juni 1951.
  9. USS Thompson (DMS-38) blev meget beskadiget efter at være ramt af et kystbatteri i Songjin, Nordkorea, 3 dræbte og 4 sårede, den 14. juni 1951. Den 20. august 1052 ramte det kinesiske batteri den flyvende bro og dræbte 4 og sårede 9.
  10. USS Hoquiam (PF-5) er lidt beskadiget efter at være ramt af et landbatteri i Songjin, Nordkorea, 1 tilskadekomne, 7. maj 1951.
  11. USS New Jersey (BB-62) let beskadiget efter at være ramt af et kystbatteri i Wonsan, Nordkorea, 4 tilskadekomne, den 20. maj 1951.
  12. USS Brinkley Bass (DD-887) mindre skade efter at være ramt af et kystbatteri i Wonsan, Nordkorea, 8 tilskadekomne, den 22. maj 1951.
  13. USS Frank E. Evans (DD-754) let beskadiget efter at være ramt af et kystbatteri i Wonsan, Nordkorea, 4 tilskadekomne, den 18. juni 1951.
  14. USS Henry W. Tucker (DDR-875) overfladisk skade efter at være ramt af et kystbatteri i Wonsan, Nordkorea, den 28. juni 1951.
  15. USS Everett (PF-8) mindre skader efter at være ramt af et landbatteri i Wonsan, Nordkorea, 8 tilskadekomne, 3. juli 1951.
  16. USS Helena (CA-75) mindre skade efter at være ramt af et kystbatteri i Wonsan, Nordkorea, 2 tilskadekomne, 31. juli 1951.
  17. USS Dextrous (AM-341) overfladisk skade efter at være ramt af et kystbatteri i Wonsan, Nordkorea, 1 dræbt og 3 såret, 11. august 1951.
  18. USS William Seiverling (DE-441) ildrum oversvømmet efter at være ramt af et kystbatteri i Wonsan, Nordkorea, ingen tab, 8. september 1951.
  19. USS Heron (AMS-18) overfladisk skade efter at være ramt af et kystbatteri i Wonsan, Nordkorea, ingen tab, 10. september 1951.
  20. USS Redstart (AM-378) mindre skader efter at være ramt af et kystbatteri i Wonsan, Nordkorea, ingen tab, 10. september 1951.
  21. USS Firecrest (AMS-10) let skade efter at være ramt af et landbatteri i Hungnam, Nordkorea, ingen tab, 5. oktober 1951.
  22. USS Ernest G. Small (DDR-838) omfattende skader efter at have ramt en mine ud for Nordkoreas østkyst, 27 tilskadekomne, den 7. oktober 1951.
  23. USS Renshaw (DDE-499) let skade efter at være ramt af et kystbatteri ved Songjin, Nordkorea, 1 skadet, den 11. oktober 1951.
  24. USS Ulvert M. Moore (DE-442) moderat skade efter at være ramt af et kystbatteri i Hungnam, Nordkorea, 3 tilskadekomne, 17. oktober 1951.
  25. USS Helena (CA-75) - let skade efter at være ramt af et kystbatteri i Hungnam, Nordkorea, 4 tilskadekomne, 23. oktober 1951.
  26. USS Osprey (AMS-28) betydelig skade efter at være ramt af et landbatteri i Wonsan, Nordkorea, 1 tilskadekomne, den 29. oktober 1951.
  27. USS Gloucester (PF-22) lette skader efter at være ramt af et kystbatteri i Hongwon, Nordkorea, 12 tilskadekomne, den 11. november 1951.
  28. USS Hyman (DD-732) mindre skader efter at være ramt af et landbatteri i Wonsan, Nordkorea, ingen tab, 23. november 1951.
  29. USS Crook County (LST-611) overfladisk skade efter at være ramt af et kystbatteri, ingen tab, 22. december 1951.
  30. USS Dextrous (AM-341) mindre skade efter at være ramt af et landbatteri i Wonsan, Nordkorea, 3 tilskadekomne, 11. januar 1952.
  31. USS Porterfield (DD-682) mindre skader efter at være ramt af et kystbatteri i Sokto, Nordkorea, ingen tab, 3. februar 1952.
  32. USS Endicott (DMS-35) mindre skader efter 2 hits fra et landbatteri i Songjin, Nordkorea, ingen tab, 4. februar 1952.
  33. USS Rowan (DD-782) mindre skader efter 1 hit fra et landbatteri i Hungnam, Nordkorea, ingen tab, 22. februar 1952.
  34. USS Shelton (DD-790) moderat skade efter 3 hits fra et kystbatteri ved Songjin, Nordkorea, 15 tilskadekomne, den 22. februar 1952.
  35. USS Henderson (DD-785) mindre skader efter at være ramt af et kystbatteri i Hungnam, Nordkorea, ingen tab, 23. februar 1952.
  36. USS Wisconsin (BB-64) ubetydelig skade efter 1 hit fra et landbatteri ved Songjin, Nordkorea, 3 tilskadekomne, 16. marts 1952.
  37. USS Brinkley Bass (DD-887) moderat skade efter 1 hit fra et kystbatteri i Wonsan, Nordkorea, 5 tilskadekomne, 24. marts 1952.
  38. USS Endicott (DMS-35) ubetydelig skade efter at være ramt af et kystbatteri i Chongjin, Nordkorea, ingen tab, 7. april 1952.
  39. USS Endicott (DMS-35) mindre skade efter 1 hit fra et landbatteri i Songjin, Nordkorea, ingen tab, 19. april 1952.
  40. USS Osprey (AMS-28) mindre skader efter 1 hit fra et kystbatteri ved Songjin, Nordkorea, ingen tab, 24. april 1952.
  41. USS Cabildo (LSD-16) mindre skade efter 1 hit fra et kystbatteri i Wonsan, Nordkorea, 2 tilskadekomne, 26. april 1952.
  42. USS Laffey (DD-724) overfladisk skade efter at være ramt af et kystbatteri i Wonsan, Nordkorea, ingen tab, 30. april 1952.
  43. USS Maddox (DD-731) overfladisk skade efter at være ramt af et kystbatteri i Wonsan, Nordkorea, ingen tab, 30. april 1952.
  44. USS Leonard F. Mason (DD-852) overfladisk skade efter at være ramt af et kystbatteri i Wonsan, Nordkorea, ingen tab, 2. maj 1952.
  45. USS James C. Owens (DD-776) betydelig skade efter 6 hits fra et kystbatteri i Songjin, Nordkorea, 10 tilskadekomne, 7. maj 1952.
  46. USS Herbert J. Thomas (DDR-833) overfladisk skade efter 1 hit fra et kystbatteri i Wonsan, Nordkorea, ingen tab, 12. maj 1952.
  47. USS Douglas H. Fox (DD-779) mindre skader efter 1 hit fra et kystbatteri ved Hungnam, Nordkorea, 2 tilskadekomne, den 14. maj 1952.
  48. USS Cabildo (LSD-16) overfladisk skade efter at være ramt af et kystbatteri i Wonsan, Nordkorea, 2 tilskadekomne, den 25. maj 1952.
  49. USS Swallow (AMS-26) let beskadigelse efter 3 hits fra et landbatteri i Songjin, Nordkorea, ingen tab, 25. maj 1952.
  50. USS Murrelet (AM-372) let skade efter at være ramt af et kystbatteri i Songjin, Nordkorea, ingen tab, 26. maj 1952.
  51. USS Firecrest (AMS-10) mindre skader efter slag fra maskinpistolbeslag. Ingen tab, 30. maj 1952.
  52. USS Buck (DD-761) motorstart beskadiget efter at være ramt af et kystbatteri ved Kojo, Nordkorea, 2 tilskadekomne, den 13. juni 1952.
  53. USS Orleck (DD-886) mindre skade 1 hit efter modtagelse af 50 runder på 75 mm fra nordkoreanske landbatterier 4 tilskadekomne, den 13. juni 1952.
  54. USS Southerland (DDR-743) mindre skader efter 4 hits fra nordkoreanske landbatterier 8 tilskadekomne, den 14. juli 1952
  55. USS John R. Pierce (DD-753) moderat skade efter 7 hits fra et nordkoreansk kystbatteri i Tanchon, Nordkorea, 10 tilskadekomne, den 6. august 1952.
  56. USS Barton (DD-722) mindre skader efter 1 hit fra et kystbatteri i Wonsan, Nordkorea, 2 tilskadekomne, den 10. august 1952.
  57. USS Grapple (ARS-7) mindre skader efter 1 hit under vandlinjen fra et landbatteri i Wonsan, Nordkorea, ingen tab, 12. august 1952.
  58. USS Thompson (DMS-38) mindre skader i nærheden af ​​broen efter en luftudbrud og næsten uheld fra et kystbatteri ved Songjin, Nordkorea, 13 tilskadekomne, den 20. august 1952.
  59. USS Competent (AM-316) overfladisk beskadigelse og mistet fejeudstyr efter en granatsplinter nær miss fra et landbatteri ved Pkg. 4-5, ingen tilskadekomne, 27. august 1952.
  60. USS McDermut (DD-677) overfladisk skade efter at have modtaget 60 runder ved 3.700 yards, mens den var på Pkg 4-5, ingen tab, 27. august 1952.
  61. USS Agerholm (DD-826) overfladisk skade efter at være ramt af et kystbatteri ved Kangsong, Nordkorea-bomben, 1 tilskadekomne, den 1. september 1952.
  62. USS Frank E. Evans (DD-754) lettere skader fra næsten uheld, efter at have modtaget 69 runder, fra et landbatteri i Tanchon, Nordkorea, ingen tab, 8. september 1952.
  63. USS Barton (DD-722) store skader efter at have ramt en mine 90 miles øst for Wonsan, Nordkorea, 11 tilskadekomne, den 16. september 1952.
  64. USS Alfred A. Cunningham (DD-752) moderat beskadigelse fra 5 hits og 7 luftskud fra nordkoreanske strandbatterier. Modtaget 150 runder på 105 mm fra 3 kanoner. Første runde var et direkte hit i en indledende rækkevidde på 3.500 yards. 8 tilskadekomne, 19. september 1952.
  65. USS Perkins (DDR-877) overfladisk skade efter at være straddled af 5 runder, fra et landbatteri i en rækkevidde af 5.000 yards, i Kojo, Nordkorea. Skibet blev sprøjtet med granatsplinter fra 2 næsten ulykker, 18 tilskadekomne, den 13. oktober 1952.
  66. USS Osprey (AMS-28) mindre skade efter at være ramt af et kystbatteri i Kojo, Nordkorea, 4 tilskadekomne, den 14. oktober 1952.
  67. USS Lewis (DE-535) moderat skade fra 2 hits efter at have modtaget 50 runder fra 4-6 kanoner i Wonsan, Nordkorea, 8 tab, 21. oktober 1952.
  68. USS Mansfield (DD-728) mindre skader på granatsplinter efter at have modtaget 40 runder fra 4 landbatteripistoler. De mistænkte radarstyrede kanoner straddled skibet i en rækkevidde på 4.300-8.000 yards. Ingen tab, 28. oktober 1952.
  69. USS Uhlmann (DD-687) mindre skader fra tre hits efter modtagelse af 160 runder fra et kystbatteri, 13 tilskadekomne, den 3. november 1952.
  70. USS Kite (AMS-22) 1 lille båd ødelagt af et strandbatteri i Wonsan, Nordkorea, 5 tilskadekomne, den 19. november 1952.
  71. USS Thompson (DMS-38) mindre skader fra 1 hit efter modtagelse af 89 runder fra et kystbatteri i Wonsan, Nordkorea, 1 skadet, den 20. november 1952.
  72. USS Hanna (DE-449) moderat skade fra 1 hit efter at have modtaget 60 runder fra et kystbatteri ved Songjin, Nordkorea, 1 ulykke, 24. november 1952.
  73. USS Halsey Powell (DD-686) hvalbåd beskadiget efter at være ramt af et kystbatteri i Hwa-do, Nordkorea, 2 tilskadekomne, 6. februar 1953.
  74. USS Gull (AMS-16) mindre skader fra 1 hit efter at have modtaget 60 runder i en rækkevidde på 5.400-10.000 yards fra et nordkoreansk kystbatteri, mens de var ved Pkg 2, 2 tilskadekomne, 16. marts 1953.
  75. USS Taussig (DD-746) let skade fra 1 hit efter at have modtaget 45 runder fra et landbatteri i en rækkevidde på 6.400-10.000 yards, 1 skadet, den 17. marts 1953.
  76. USS Los Angeles (CA-135) let skade fra 1 hit efter at have modtaget 40 runder på 105 mm fra et kystbatteri i Wonsan, Nordkorea, ingen tab, 27. marts 1953.
  77. USS Los Angeles (CA-135) mindre skader efter 1 hit fra et landbatteri i Wonsan, Nordkorea, 13 tilskadekomne, 2. april 1953.
  78. USS Maddox (DD-731) let skade fra 1-76 mm ramt efter modtagelse af 209 runder kraftig ild fra et kystbatteri i Wonsan, Nordkorea, 3 tilskadekomne, 16. april 1953.
  79. USS James E. Kyes (DD-787) let skade fra 1 hit efter modtagelse af 60 runder på 155 mm i en rækkevidde på 8.000-12.000 yards fra et kystbatteri nær Wonsan, Nordkorea, 9 tilskadekomne, 19. april 1953.
  80. USS Maddox (DD-731) moderat skade på grund af 1 hit fra et landbatteri ved Hodo Pando , Nordkorea. Skibet modtog 186 runder på 105 mm og flere næsten uheld fra 4 kanoner. Ingen tab, 2. maj 1953.
  81. USS Owen (DD-536) mindre skader fra 1 hit fra et landbatteri ved Hodo Pando, Nordkorea. Skibet modtog 100 runder på 105 mm med 1 næsten miss og flere straddles fra 4 kanoner. Ingen tab, 2. maj 1953.
  82. USS Bremerton (CA-130) overfladisk skade efter 1 næsten miss fra et landbatteri i Wonsan, Nordkorea. Skibet modtog 18 runder på 76 mm - 135 mm, 2 tilskadekomne, 5. maj 1953.
  83. USS Samuel N. Moore (DD-747) overfladisk skade fra 1 hit fra et landbatteri i Wonsan, Nordkorea. Skibet modtog 60 runder på 90 mm, ingen tab, 8. maj 1953.
  84. USS Brush (DD-745) mindre skader efter 1 hit fra et landbatteri i Wonsan, Nordkorea. Skibet modtog 20 runder på 76 mm, 9 tilskadekomne, den 15. maj 1953.
  85. USS Swift (AM-122) overfladisk skade fra 1 hit fra et landbatteri i Yang-do, Nordkorea. Skibet modtog 30 runder på 76 mm, 1 skadet, den 29. maj 1953.
  86. USS Clarion River (LSM (R) -409) mindre skader efter 2 slag fra et kystbatteri i Walsa-ri, Nordkorea. Skibet modtog 30 runder på 76 mm, 5 tilskadekomne, 4. juni 1953.
  87. USS Wiltsie (DD-716) overfladisk skade efter 1 hit fra et kystbatteri i Wonsan, Nordkorea. Skibet modtog 35 runder på 76 mm med flere luftudbrud, ingen tab, 11. juni 1953.
  88. USS Henderson (DD-785) overfladisk skade efter at være ramt af et kystbatteri i Wonsan, Nordkorea, den 17. juni 1953.
  89. USS Irwin (DD-794) mindre skade fra 1 hit efter modtagelse af 90 runder nær Wonsan, Nordkorea, 5 tilskadekomne, 18. juni 1953.
  90. USS Rowan (DD-782) moderat beskadigelse fra 5 hits efter modtagelse af 45 runder på 76-155 mm ved 7.500 yards nær Wonsan, Nordkorea, 9 tilskadekomne, den 18. juni 1953.
  91. USS Gurke (DD-783) let beskadigelse fra 2 slag og granatsplinter fra 5 næsten ulykker efter modtagelse af 150 runder på 76-90 mm ved 6.000 til 11.000 yards fra et nordkoreansk kystbatteri nær Songjin, Nordkorea, 3 tilskadekomne, 25 Juni 1953.
  92. USS Manchester (CL-83) overfladisk skade efter næsten uheld under en 30-minutters pistolduel med et landbatteri i Wonsan, Nordkorea, ingen tab, 30. juni 1953.
  93. USS John W. Thomason (DD-760) mindre skader i granatsplinter efter næsten uheld fra 150 runder på 107 mm fra et kystbatteri ved Hodo Pando, Nordkorea, 7. juli 1953.
  94. USS Irwin (DD-794) mindre skader efter 80 runder på 76 mm luftbrister tæt ombord fra et landbatteri ved Pkg 2, 5 tilskadekomne, 8. juli 1953.
  95. USS Saint Paul (CA-73) blev beskadiget den 17. november 1950, 6 såret på Chongjin, den 21. april 1952 en ulykke under angreb mod havne i Wonsan og Chongjin efterlod 30 dræbte. Undervandsskader efter et 76 mm til 90 mm hit fra et kystbatteri i Wonsan, Nordkorea, ingen tab, 11. juli 1953.

Redstarts & Ravens

WELCOME to our Redstarts & Ravens website. This is who we are:

Dave Krueper (Redstart) is a photographer (mostly birds, natural history, and travel subjects), bird tour leader, and conservation ornithologist. Contact Dave at [email protected]

Janet Ruth (Raven) is a poet, natural history writer, artist (mostly pen-and-ink and watercolor), and recently retired research ornithologist. Click here to read Janet’s Bio. Contact Janet at [email protected]

Janet’s book Feathered Dreams: celebrating birds in poems, stories & images

We would like you to know about our projects and are building this site to share links and examples of our work.


Watch the video: Redstarts ; Rotschwänzchen ; Codroș